• หน้าแรก

  • Knowledge

  • การสร้างแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์: สิ่งที่องค์กรต้องเตรียมพร้อม

การสร้างแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์: สิ่งที่องค์กรต้องเตรียมพร้อม

  • หน้าแรก

  • Knowledge

  • การสร้างแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์: สิ่งที่องค์กรต้องเตรียมพร้อม

การสร้างแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์: สิ่งที่องค์กรต้องเตรียมพร้อม

ในยุคที่โลกดิจิทัลกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การป้องกันข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cybersecurity) จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ไม่อาจมองข้ามได้ ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ต้องเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีจากมัลแวร์ การแฮ็กข้อมูล หรือการโจมตีจาก Ransomware ซึ่งสามารถทำลายข้อมูลสำคัญและสร้างความเสียหายทางการเงินที่ยากจะคำนวณ

หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ทุกองค์กรต้องมีคือ แผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ (Cyber Incident Response Plan) ที่จะช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และฟื้นฟูสถานการณ์ได้เร็วที่สุด หากคุณยังไม่มีแผนการรับมือที่ชัดเจน นี่คือสิ่งที่คุณต้องเริ่มเตรียมพร้อม!

ทำไมองค์กรต้องมีแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์?

การไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์อาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งในด้านการเงินและชื่อเสียงขององค์กร การตอบสนองที่ช้าอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Ransomware ซึ่งสามารถล็อคข้อมูลขององค์กรและเรียกค่าไถ่ ทำให้การดำเนินงานของบริษัทหยุดชะงัก และหากไม่ได้รับการจัดการอย่างทันท่วงที อาจทำให้ข้อมูลสูญหายหรือถูกขโมย

การมีแผนการรับมือที่ดีจะช่วยให้:

  1. ลดความเสี่ยง ที่อาจเกิดจากภัยคุกคามไซเบอร์
  2. เพิ่มความรวดเร็ว ในการตอบสนองและแก้ไขเหตุการณ์
  3. ป้องกันการสูญเสียข้อมูล และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
  4. สร้างความมั่นใจ ให้กับลูกค้าและพนักงานว่าองค์กรมีมาตรการที่พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขั้นตอนในการสร้างแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์

  1. ระบุทรัพยากรและข้อมูลสำคัญที่ต้องปกป้อง

ขั้นแรกในการสร้างแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์คือการระบุและสำรวจทรัพยากรภายในองค์กรที่ต้องได้รับการปกป้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลลูกค้า ข้อมูลทางการเงิน หรือระบบไอทีต่างๆ การทำความเข้าใจถึงความสำคัญของข้อมูลและระบบเหล่านี้จะช่วยให้คุณกำหนดขอบเขตและลำดับความสำคัญในการรับมือกับภัยคุกคาม

  1. ตั้งทีมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์

การจัดตั้ง ทีมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ (Incident Response Team: IRT) เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้ทีมงานที่มีทักษะและความรู้ที่จำเป็นสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ทันที ทีมนี้ควรรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและความปลอดภัย ข้อมูลทางกฎหมาย ฝ่ายสื่อสาร และผู้บริหาร เพื่อให้สามารถตัดสินใจและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

  1. กำหนดขั้นตอนและการตอบสนอง

แผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนสำหรับการตรวจจับและตอบสนองต่อเหตุการณ์ โดยการแบ่งกระบวนการออกเป็นหลายขั้นตอน เช่น:

  • การตรวจจับภัยคุกคาม: ตรวจสอบเหตุการณ์ที่ผิดปกติในระบบเครือข่ายหรืออุปกรณ์
  • การประเมินความเสียหาย: วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการโจมตี
  • การควบคุมและจำกัดความเสียหาย: หยุดการโจมตีและป้องกันการแพร่ขยาย
  • การกู้คืนและฟื้นฟูระบบ: ทำการกู้คืนข้อมูลและระบบที่ถูกโจมตีให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ
  1. การฝึกซ้อมและการทดสอบแผน

แม้จะมีแผนรับมือที่ดี แต่การฝึกซ้อมเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ทีมงานทุกคนรู้จักบทบาทและหน้าที่ของตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง การฝึกซ้อมจะช่วยให้ทีมสามารถตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

  1. การติดต่อสื่อสารกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ในระหว่างการเกิดเหตุการณ์ไซเบอร์ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ ทีมรับมือควรมีแผนการสื่อสารที่ชัดเจนและรวดเร็วกับผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานรัฐบาลหรือบริษัทที่ให้บริการไซเบอร์

สรุป

การสร้างแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้เพียงครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องมีการทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่เตรียมพร้อมในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์จะสามารถลดความเสี่ยงจากการโจมตีได้ และสามารถฟื้นฟูระบบให้กลับมาดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การมีแผนรับมือที่ชัดเจนคือการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลและทรัพยากรขององค์กรในยุคดิจิทัล และเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ

พร้อมหรือยังที่จะเตรียมแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในองค์กรของคุณ? เริ่มต้นวันนี้เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรของคุณสามารถรับมือกับภัยคุกคามในอนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

Another Service

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นอย่างมาก PDPA Plus จึงมีบริการตรวจสอบภายในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามพระราชบัญญัติ การรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อป้องกัน การถูกโจมตีทางไซเบอร์ และเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่มีการประกาศใช้
3343 ผู้เข้าชม
Data Governance คือ การวางนโยบายในการกำกับดูแลข้อมูล โดยจะต้องมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ วางกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลตาม Life-cycle และกำหนดเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่จะใช้เพื่อบริหารข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทั่วไป หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อมีการกำกับดูแลข้อมูลที่ดี
2605 ผู้เข้าชม
เพื่อสร้างกรอบแนวทางในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงการทำงานโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องมีการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (EA)
9747 ผู้เข้าชม
Penetration Testing
2982 ผู้เข้าชม
Vulnerability Assessment
4410 ผู้เข้าชม
เราให้บริการ DPO จากผู้ให้บริการภายนอก (outsourced DPO services) ที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น เข้าใจธุรกิจ มีประสบการณ์ และ สามารถช่วยองค์กรจัดการด้านข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ และ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
5400 ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์